ประวัติผู้สอน
﹀
โค้ชเอ็กซ์ ทรงพล บุญมาก
ประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน
- ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- บริษัท TOSHIBA Electric (Thailand) จำกัด ฝึกงานวิศวกรการผลิต
- บริษัท LT Properties Co., Ltd วิศวกรงานระบบ โครงการก่อสร้าง
- บริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติจำกัด (มหาชน) วิศวกรวางแผนบำรุงรักษา
- บริษัท พีทีทีเคมิคอลจำกัด (มหาชน) วิศวกรวางแผนบำรุงรักษา
- บริษัท พีทีทีเคมิคอลกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) วิศวกรวางแผนบำรุงรักษา
- บริษีท พีทีทีโพลีเอธิลีนจำกัด วิศวกรบริหารโครงการ
- บริษัท Toyo engineering corporation จำกัด ญี่ปุ่น ร่วมทีมทำ Detail design โครงการ Ethane Cracker 1 ล้านตัน
- บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC วิศวกรอาวุโสงานซ่อมบำรุงรักษาใหญ่ Turnaround
ความชำนาญงานพิเศษ
- ระบบ Computerized maintenance management system (CMMS)
- ระบบ SAP Module Plant maintenance และ Material management
- ระบบ Environmental management system ISO-14001 (International assessor)
- เป็น Assessor ระบบงานกลุ่มบริษัทในเครือ PTT
ประวัติการเทรด
- 2 ปีแรกไม่มีกลยุทธ์การเทรดใดๆ (เล่นตามข่าว)
- 10 ปีต่อมาเป็น Value investor ลงทุนโดยวิเคราะห์พื้นฐานของบริษัท
- 3 ปีต่อมาเป็น Technical trader เล่นโดยใช้สัญญาณทางเทคนิค
- 1 ปีต่อมาเป็น Day trader เล่นหุ้นที่วิ่งในวันเช่นหุ้นที่ติด Top gainer
- 3-4 ปีต่อมาเล่นหุ้นโดยใช้หลักการ “เปลี่ยนหุ้นเป็นเครื่องจักรทำเงิน”
เรื่องเล่าประสบการณ์การเทรด
เริ่มต้นด้วยเงิน 45,000 บาทที่ได้จากโบนัสนำมาลงทุนโดยการซื้อหุ้นกลุ่มเกษตรและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งตอนนั้นเล่นตามข่าวอย่างเดียว ผลการเทรดจะได้กำไรเป็นส่วนใหญ่แต่สุดท้ายก็มาเสียคืนให้กับตลาดในช่วงที่ตลาดเริ่มเป็นขาลง
ต่อมาได้ใช้สิทธิ์พนักงานบริษัทในเครือของ ปตท. ซื้อหุ้น IPO ของบริษัทและก็เป็นจุดเปลี่ยน Mindset ที่สำคัญเนื่องจากปตท.มีการปันผลระหว่างกาลหลายครั้งทำให้รู้สึกว่าหุ้นที่จริงแล้วต้องมองเป็นการลงทุนเพราะมีเงินปันผลที่ดีกว่าการฝากธนาคาร และถ้าซื้อหุ้นบริษัทที่มั่นคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันราคาหุ้นก็จะขึ้นเอง จึงเริ่มหันมาศึกษาแนวทาง Value investor เริ่มอ่านงบของบริษัทและวิเคราะห์ผลประกอบการ และเนื่องจากแนวทางนี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการให้ได้ตามแผนจึงใช้เวลากับแนวทาง VI นี้อยู่นานถึง 10 ปีผลคือการลงทุนมีกำไรแต่ก็ใช้เวลานานกว่าจะได้กำไรซึ่งรู้สึกว่าช้าเกินไปขืนลงทุนแบบนี้เราคงไม่ได้เกษียณก่อนอายุตามที่ต้องการแน่
ต่อมาได้ใช้สิทธิ์พนักงานบริษัทในเครือของ ปตท. ซื้อหุ้น IPO ของบริษัทและก็เป็นจุดเปลี่ยน Mindset ที่สำคัญเนื่องจากปตท.มีการปันผลระหว่างกาลหลายครั้งทำให้รู้สึกว่าหุ้นที่จริงแล้วต้องมองเป็นการลงทุนเพราะมีเงินปันผลที่ดีกว่าการฝากธนาคาร และถ้าซื้อหุ้นบริษัทที่มั่นคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันราคาหุ้นก็จะขึ้นเอง จึงเริ่มหันมาศึกษาแนวทาง Value investor เริ่มอ่านงบของบริษัทและวิเคราะห์ผลประกอบการ และเนื่องจากแนวทางนี้ต้องใช้เวลาเพื่อให้ธุรกิจดำเนินการให้ได้ตามแผนจึงใช้เวลากับแนวทาง VI นี้อยู่นานถึง 10 ปีผลคือการลงทุนมีกำไรแต่ก็ใช้เวลานานกว่าจะได้กำไรซึ่งรู้สึกว่าช้าเกินไปขืนลงทุนแบบนี้เราคงไม่ได้เกษียณก่อนอายุตามที่ต้องการแน่
และในช่วงท้ายๆของการเป็น VI หุ้นในพอร์ตเริ่มติดลบแต่ก็ไม่กล้าขายเพราะวิเคราะห์ตัวเลขทางการเงินแล้วมันยังไปได้อยู่ แต่ยิ่งปล่อยไว้ราคาหุ้นยิ่งลดต่ำลงและกว่าจะรู้ว่าบริษัทมีปัญหา กว่างบจะออก ราคาหุ้นก็ตกลงมากแล้ว สุดท้ายจึงหันมาศึกษาด้านเทคนิคและใช้เทคนิคช่วยในการซื้อขายแต่ก็ไม่ค่อยได้ผลเพราะสัญญาณทางเทคนิคกว่าจะมาก็ต้องรอและเรามีหุ้นตัวเก่าที่ติดลบอยู่แล้วต่อให้สัญญาณสั่งขายก็ไม่กล้าขายเพราะหุ้นยังติดลบอยู่สุดท้ายคือแทบไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
ต่อมามีแนวทางการเทรดใหม่เรียกว่า Day trade เข้ามา ประกอบกับช่วงนั้นมีเงินก้อนใหม่เข้ามาจึงลองหันมาเป็น Day trade ซึ่งก็ได้ผลเพราะเริ่มกลับมาทำเงินได้และได้บ่อยกว่าช่วงใดๆที่ผ่านมาอีกทั้งพบว่าตัวเองชอบการเทรดมากเพราะจะมีความสุขทุกครั้งที่มีกำไรและการเป็น Day trade ถ้าเรารักษาวินัยในการ Cut loss เราจะเสียหายน้อยแต่หลังจากเทรดไปสักพักก็เริ่มอึดอัดเนื่องจากทำใจไม่ได้กับการซื้อหุ้นที่เราแทบไม่รู้เลยว่าทำธุรกิจอะไรประกอบกับเจอชอตตกใจ หุ้นลงในวันเกือบ 30% ซึ่งรู้สึกว่าเสี่ยงเกินไปจึงเลิกวิธีการ Day trade
ในช่วงที่เป็น VI ต่อ Day trade เป็นช่วงที่หุ้นในพอร์ตติดลบมากและรู้สึกเครียด คิดแก้ไขปัญหาทุกวัน จนสุดท้ายก็มา”ปิ๊ง”กับวิธีการเทรดด้วยหลักการเปลี่ยนหุ้นเป็นเครื่องจักรทำเงิน หลังจากคิดได้ก็เริ่มลงมือสร้างเครื่องจักรและเทรดทันที ในช่วงแรกๆยังติดกับการเอากำไรทีละเยอะๆจึงยังทำกำไรไม่ได้มาก แต่ที่แน่ๆคือวิธีนี้แทบไม่ต้องกังวลเรื่องการขายขาดทุนเลย การเทรดจึงเริ่มผ่อนคลายและไม่เครียดหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มปรับระบบและเดินเครื่องจักรทำเงินได้ลื่นไหลขึ้น จนตอนหลังสามารถทำเงินได้อย่างสม่ำเสมอและมีความสุข
สุดท้ายก็ใช้หลักการเปลี่ยนหุ้นเป็นเครื่องจักรทำเงินเทรดมาตลอดและค่อยๆพัฒนาขึ้นตามทักษะที่เพิ่มขึ้นทุกวัน สุดท้ายก็นำหลักการและวิธีการรวมถึงความลับในการเปลี่ยนหุ้นเป็นเครื่องจักรทำเงินมาเผยแพร่ให้นักเทรดผู้มุ่งหวังเข้าสู่ 10% ของผู้ชนะด้วยการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอสนุกและมีความสุข